เมืองไทยประกันชีวิตร่วมสนับสนุน Siriraj x MIT Hacking Medicine ต่อเนื่องปีที่ 3 ขับเคลื่อนนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
.jpg)
เมืองไทยประกันชีวิตร่วมสนับสนุนการจัดงาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เปิดพื้นที่ให้บุคลากรทางการแพทย์ นักวิจัย นักพัฒนา และผู้ประกอบการจากนานาประเทศ ร่วมพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรค สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทในการส่งเสริม Longevity หรือการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ และความมั่นคงทางการเงินตลอดช่วงชีวิต
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การมีอายุยืนจะมีความหมายเมื่อผู้คนมีสุขภาพที่ดี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และมีความพร้อมทางการเงินรองรับชีวิตในแต่ละช่วงวัย เมืองไทยประกันชีวิตจึงให้ความสำคัญกับการสร้าง Healthspan และ Wealthspan ให้เดินไปด้วยกัน การสนับสนุน Siriraj x MIT Hacking Medicine ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นส่วนหนึ่งของความตั้งใจที่จะเชื่อมองค์ความรู้ทางการแพทย์ เทคโนโลยี และความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ให้เกิดเป็นทางเลือกใหม่ในการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรค เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพได้นานขึ้น”
งาน “Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–20 ตุลาคม 2569 โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ MIT Hacking Medicine ภายใต้แนวคิด “Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine” หรือ “ยกระดับ AI จากโมเดลอัจฉริยะ สู่นวัตกรรมการแพทย์ที่เชื่อถือได้” ประกอบด้วยการแข่งขัน Hackathon เพื่อพัฒนานวัตกรรมสำหรับโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็ง ณ โรงพยาบาลศิริราช ต่อด้วย Workshop Day ณ Knowledge Exchange Center และการประชุมวิชาการหลัก ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โดยปีนี้มีผู้สมัครกว่า 1,100 คน จาก 35 สัญชาติทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความสนใจในการนำ AI มาพัฒนาแนวทางดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
“AI ทางการแพทย์ต้องพัฒนาไปพร้อมกับความถูกต้อง ความปลอดภัย และความเท่าเทียมในการเข้าถึง เพราะนวัตกรรมจะมีคุณค่าเมื่อประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง บริษัทเชื่อว่าเวทีนี้จะช่วยให้แนวคิดที่เริ่มต้นจากโจทย์ของผู้ป่วยและระบบสุขภาพ ได้รับการทดลอง พัฒนา และต่อยอดเป็นบริการที่เหมาะกับบริบทของประเทศไทย พร้อมสร้างบุคลากรและผู้ประกอบการด้านสุขภาพรุ่นใหม่ให้พร้อมรับความท้าทายของสังคมอายุยืน” นายสาระกล่าวเพิ่มเติม
[img]https://i.postimg.cc/hPm7Btzc/3-(1).jpg[/img]
ผู้เข้าร่วมจะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันชั้นนำ อาทิ MIT, Stanford, Harvard, Tsinghua University และ Peking University ครอบคลุมการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ เวชศาสตร์ป้องกัน AI Agent Hospital และความน่าเชื่อถือของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ในงานคลินิก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยและความเท่าเทียมทางสุขภาพ
โครงการยังเปิดโอกาสให้ทีมจาก Hackathon ปีก่อนที่พัฒนาผลงานอย่างต่อเนื่อง เข้าร่วม “Si x MIT BeyondHack” เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญและนักลงทุน ทีมที่ได้รับคัดเลือกจะเข้าสู่ BeyondHack Accelerator ร่วมทำงานกับ MIT เป็นเวลา 4 สัปดาห์ และมีโอกาสนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ ณ เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา ในปี 2570 เพื่อผลักดันนวัตกรรมจากประเทศไทยไปสู่บริการหรือธุรกิจสุขภาพที่นำไปใช้ได้จริง
นายสาระกล่าวสรุปว่า “การดูแลชีวิตในสังคมอายุยืนต้องเริ่มก่อนการเจ็บป่วย เชื่อมตั้งแต่การป้องกัน การรักษา และการฟื้นฟู ไปจนถึงการวางแผนทางการเงินอย่างเหมาะสม การสนับสนุนเวทีนี้จะช่วยเสริมระบบนิเวศสุขภาพของประเทศ เปิดทางให้นวัตกรรมที่ได้มาตรฐานและยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดในการดูแลสุขภาพ และเพิ่มจำนวนปีที่ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข”
ผู้สนใจดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่ www.sirirajxmithackmed.com
#เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife




