วันพุธที่ 16 กันยายน 2569
TheBiz
E-Newsletter
ข่าวด่วน
วานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,578.66 จุด ลดลง 12.41 จุด หรือ 0.78% มูลค่าการซื้อขาย 75,788.08 ล้านบาท สรุปสถาบันในประเทศขายสุทธิ 416.55 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 141.25 ล้านบาท นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 66.95 ล้านบาท นักลงทุนทั่วไปในประเทศซื้อสุทธิ 624.76 ล้านบาท
โฆษณา / Advertisement
การตลาดไลฟ์สไตล์

แคนนอน เปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม

โดย โชดก เลิศอักษรไพบูลย์16 ก.ย. 256911 ผู้อ่าน
แคนนอน เปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม

แคนนอน เปิดตัว EOS R8 Mark II กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม ดีไซน์สุดเท่พกพาง่าย พร้อมให้ทุกคนได้ออกไปค้นหามุมมองที่แปลกใหม่ แล้วแต่งเติมสีในสไตล์ที่เป็นคุณ

The Biz inside -16 กันยายน 2569 – แคนนอน (CANON) ประกาศเปิดตัว “EOS R8 Mark II” กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซลรุ่นใหม่ในดีไซน์กะทัดรัดน้ำหนักเบา ต่อยอดจากรุ่น EOS R8 โดยติดตั้งระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Coordinated Control IS พร้อมฟังก์ชันเพื่อการสร้างสรรค์และอินเทอร์เฟซรูปแบบใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและระบบควบคุมขั้นสูงจากกล้องรุ่นแอดวานซ์ในตระกูล EOS R มาไว้ในบอดี้แนวใหม่ รูปทรงทันสมัย สวยมีสไตล์ยิ่งกว่าเดิม

นางสาวเนตรนรินทร์ จันทร์จรัสสุข ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์อิมเมจจิ้งอินฟอร์เมชั่น บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์แนวใหม่และฟีเจอร์ที่ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไปจนถึงเทคโนโลยีการถ่ายภาพขั้นสูง ทุกองค์ประกอบของ EOS R8 Mark II ล้วนนำเสนอประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจช่างภาพทุกระดับให้ออกไปแสวงหาโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ ๆ และพัฒนาสไตล์การเล่าเรื่องด้วยภาพในแบบฉบับที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง”

ตอบโจทย์ทุกจินตนาการด้วยรูปลักษณ์ที่สวยโดนใจ

EOS R8 Mark II ตีความรูปทรงปริซึมห้าเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของแคนนอนในแบบร่วมสมัย ผ่านงานออกแบบอย่างพิถีพิถันที่ผสานเส้นตรงเข้ากับเส้นโค้งได้อย่างลงตัว นอกจากรูปลักษณ์ที่สวยงาม EOS R8 Mark II ยังโดดเด่นเรื่องการพกพา จับถือสบายมือ พร้อมการใช้งานที่สะดวกสบาย โดยเป็นกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว (In-Body IS) ที่เล็กและเบา ด้วยขนาดประมาณ 131.4 x 90.0 x 79.7 มม. น้ำหนักราว 546 กรัมเท่านั้น[1] และแม้จะมาในบอดี้กะทัดรัด แต่ EOS R8 Mark II มีกริปที่จับได้ถนัดกระชับมือและออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ในทุกรายละเอียด

EOS R8 Mark II ยังเป็นกล้องฟูลเฟรมตระกูล EOS R รุ่นแรกในคลาสที่มาพร้อมปุ่มมัลติคอนโทรลเลอร์แบบจอยสติ๊ก เหมือนกับในกล้องรุ่นใหญ่กว่า ช่วยให้ควบคุมระบบออโต้โฟกัสได้ง่ายแม้ขณะถ่ายภาพผ่านช่องมองภาพ สำหรับผู้ใช้ที่มีมือขนาดใหญ่ก็สามารถติดตั้งอุปกรณ์กริปเสริม Extension Grip EG-E2 (แยกจำหน่าย) เพื่อให้จับกล้องได้กระชับยิ่งขึ้น ซึ่งถอดประกอบได้ง่ายเพียงการหมุนแป้นล็อกเข้ากับกล้องเท่านั้น พร้อมช่องเสียบขาตั้งกล้องสำหรับใช้ในการยึดกับขาตั้งกล้องและไม่ต้องถอดกริปออกเมื่อถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่

ขยายโลกแห่งการถ่ายภาพด้วยสเปกจัดเต็ม

เซนเซอร์ฟูลเฟรม CMOS ใน EOS R8 Mark II มีพื้นที่รับแสงใหญ่กว่าเซนเซอร์ APS-C ราว 2.5 เท่า จึงให้คุณภาพของภาพที่ดีขึ้น ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น และโฟกัสได้แม่นยำขึ้น สามารถเก็บข้อมูลภาพได้มากกว่าโดยมีสัญญาณรบกวนภาพต่ำแม้ในสภาพแสงน้อย อีกทั้งยังให้มุมรับภาพที่กว้างกว่าเซนเซอร์ APS-C เมื่อใช้ทางยาวโฟกัสเท่ากัน จึงเพิ่มโอกาสการถ่ายภาพมุมกว้างแบบอัลตร้าไวด์อันน่าดื่มด่ำ หรือสร้างวงโบเก้ที่สวยงามทั้งบริเวณฉากหน้าและฉากหลังได้อย่างง่ายดาย

สำหรับการถ่ายภาพความเร็วชัตเตอร์ต่ำ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัวแบบ 5 แกน จะช่วยลดภาพเบลอจากอาการมือสั่น ยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับเลนส์ RF ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว ระบบ Coordinated Control IS จะผสานการทำงานกันทั้งระบบกันสั่นของกล้องและของเลนส์ เพื่อมอบประสิทธิภาพลดการสั่นไหวได้สูงสุดถึง 7.5 สต็อปที่บริเวณกลางภาพและ 7.0 สต็อปที่บริเวณขอบภาพ[2]

เมื่อต้องการเก็บโมเมนต์สำคัญอย่างฉับไวและไม่มีพลาด ผู้ใช้สามารถผสานการทำงานของระบบ Dual Pixel CMOS AF II ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Deep Learning เข้ากับฟังก์ชัน Pre-Continuous Shooting และการถ่ายภาพต่อเนื่องที่ความเร็วสูงสุด 40 ภาพต่อวินาทีด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์[3] นอกจากนี้ ยังมีโหมด Register People Priority ที่ช่วยโฟกัสติดตามตัวบุคคล[4] ที่ตั้งค่าไว้ก่อนหน้าให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องการจับภาพบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะท่ามกลางฝูงชนที่หนาแน่น

เปิดแนวทางใหม่เพื่อถ่ายทอดมุมมองในแบบคุณ

EOS R8 Mark II ยังเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่มากมายทั้งสำหรับงานภาพนิ่งและวิดีโอ ช่วยให้ช่างภาพได้ภาพสวยตามสไตล์ที่ต้องการ พร้อมจบหลังกล้องได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการปรับแต่งภายหลัง โดยเพิ่มโทนสีใหม่สำหรับภาพนิ่งและวิดีโอ 2 โทน ได้แก่ “NegativeFilmtone” และ “PositiveFilmtone” จึงสนุกกับการเติมโทนสีได้ถึง 16 โทน พร้อมด้วยการปรับระดับความเข้มของฟิลเตอร์สี และโหมด Handheld Night Scene สำหรับภาพนิ่ง ที่เพิ่มการตั้งค่าโหมดสีได้อีก 4 แบบทั้ง “Blue” “Black & Orange” “Pink” และ “Green” ส่วนฟังก์ชัน Interval Timer ยังเพิ่มตัวเลือกใหม่ทั้ง Exposure Smoothing, Timer Priority และ Delayed Start เพื่อให้ควบคุมการถ่ายวิดีโอแบบไทม์แลปส์ได้ดียิ่งขึ้น

ผู้ใช้ยังสามารถยกระดับทักษะการถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้ตามสไตล์ของตัวเองผ่านโหมด Creative AUTO ด้วยอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายที่จะคอยช่วยแนะนำการสร้างสรรค์ภาพซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีมาให้ในกล้องฟูลเฟรมตระกูลใน EOS โดย EOS R8 Mark II จะทำให้การสร้างเอฟเฟกต์ละลายฉากหลังในการถ่ายวิดีโอกลายเป็นเรื่องง่าย ด้วยการเพิ่มอินเทอร์เฟซ Creative Assist ในโหมด “Background Blur” พร้อมการตั้งค่าปุ่มลัดเพื่อละลายฉากหลังอัตโนมัติตามระดับความเบลอและความเร็วที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังเพิ่มโหมดที่ใช้งานง่ายอย่าง Slow & Fast Motion Movie และ Cinema View ซึ่งมีอยู่ในกล้องตระกูล EOS R รุ่นล่าสุดอย่าง EOS R50 V

ติดตั้งฟีเจอร์ครบครันเพื่อสายวิดีโอครีเอเตอร์

วิดีโอครีเอเตอร์ที่ต้องการอิสระในการสร้างสรรค์ที่มากขึ้นจะรู้สึกสนุกกับการใช้ EOS R8 Mark II เพราะรองรับการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงระดับ 4K 60p ด้วยเทคโนโลยี 6K Oversampling รวมถึง Full HD 180p พร้อมเสียง และรองรับการบันทึกไฟล์ Canon Log 3 ที่เอื้อต่อการเกรดสี นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชัน Custom Picture ที่ยกมาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cinema EOS ซึ่งรองรับ Custom LUT และการปรับค่าพารามิเตอร์ควบคุมภาพขั้นสูง พร้อมตัวเลือกการไลฟ์สตรีมทั้งแบบมีสายและไร้สายรวมถึง 4 รูปแบบ ตลอดจนการไลฟ์สตรีมแบบหลายมุมกล้องผ่านแอปพลิเคชัน Live Switcher Mobile

กล้องรุ่นนี้ยังช่วยยกระดับการสร้างคอนเทนต์แบบ VR ไปอีกขั้น โดยรองรับเลนส์ VR ทั้งแบบฟูลเฟรมและ APS-C รวมถึงติดตั้ง VR Clear Mode โหมดการทำงานแบบใหม่ที่ช่วยปรับคอนทราสต์และความคมชัดให้เหมาะสมเมื่อรับชมผ่านแว่น VR เพื่อมอบประสบการณ์ที่สวยงามสมจริงโดยไม่ต้องผ่านการตัดต่อภายหลัง

นอกจากนี้ EOS R8 Mark II ยังสามารถแปลงภาพนิ่งเป็นภาพ 3 มิติ ผ่านซอฟต์แวร์ Dual Pixel 3D Converter เวอร์ชันใหม่ ซึ่งจะสร้างโมเดล 3 มิติคุณภาพสูงของฉากที่ถ่ายไว้ โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากระบบ Dual Pixel CMOS AF บนเซนเซอร์ของแคนนอน

เปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่

แคนนอน ยังประกาศเปิดตัวอุปกรณ์เสริมใหม่ 3 รายการพร้อมกัน ได้แก่ กริปเสริม Extension Grip EG-E2 สำหรับ EOS R8 Mark II, Tripod Grip HG-1000TBR กริปขาตั้งกล้องอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่มาพร้อมรีโมตคอนโทรลบลูทูธ BR-E2 และ Speedlite EL-5 (Ver. 2) แฟลชรุ่นอัปเดตจากรุ่น Speedlite EL-5 ซึ่งเพิ่มระยะการเชื่อมต่อแบบไร้สายเป็นประมาณ 50 เมตร จากเดิม 30 เมตรในรุ่น Speedlite EL-5[5]

ข้อมูลจำเพาะของผลิตภัณฑ์ ราคา และกำหนดวางจำหน่าย อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และอาจมีความแตกต่างกันในตลาดแต่ละแห่ง

#CANON #EOSR8MarkII #กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม #thebizinside

โฆษณา / Advertisement